1. ระวังล้วงกระเป๋า
ล้วงกระเป๋า เป็นคนประเภทหนึ่งที่คนเกลียดชังอย่างสุดขีด เมื่อเมืองและการคมนาคมพัฒนา ผู้โดยสารรถประจำทางก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ล้วงกระเป๋ามักใช้โอกาสเมื่อรถประจำทางมีคนแน่น อาศัยการร่วมมือกันล้วงสิ่งของเงินทองจากกระเป๋าเสื้อ กางเกง หรือกระเป๋าเป้หลังของผู้โดยสาร ทำให้ผู้คนป้องกันได้ยาก เราควรสังเกตบ่อย ๆ หากพบคนมีสีหน้าน่าสงสัย มองไปมาซ้ายขวา หรือถือหนังสือพิมพ์เพื่อทำท่าทางเหมือนอ่าน หรือตั้งเสื้อบนแขน ควรระวังตัวมาก ๆ เพื่อป้องกันความไม่คาดคิด อาจเย็บตะขอขนดันบนกระเป๋า เมื่อต้องเปิดจะมีเสียงดัง ทำให้โจรตกใจและลำบากต่อการล้วง แนะนำให้ลดการใส่ของมีค่าในกระเป๋าเป้ หากพบว่าถูกขโมย อย่าทนเงียบ ควรรายงานเจ้าหน้าที่ทันที
2. ข้ามถนนอย่าตกหลุมพราง
หลุมพรางบนถนนไม่ได้ซับซ้อนมาก มักใช้จิตวิทยาคนที่ชอบของถูก หลอกตัวเองเป็นคนดี เจตนาทิ้ง “ทรัพย์สิน” ให้คนอื่นเก็บ และเพื่อนร่วมแก๊งตั้งกับดักเพื่อหลอกล่อ ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว โอกาสนี้ก็จะขโมยทรัพย์สินของคนอื่น หรือใช้เครื่องประดับทองเงินบนตัวคนอื่นบังคับ หาทางหนีแล้วหลอกเอาทรัพย์สิน
3. ระวังตอนถอนเงิน
ในชีวิตจริง บัตรเครดิต สมุดฝากเงิน ถูกขโมยมักเกิดบ่อย ผู้ร้ายใช้เทคโนโลยีสูงเพื่อกระทำอาชญากรรม เมื่อไปถอนเงินที่ธนาคารและกดรหัส ควรปกปิดรหัสห้ามให้คนอื่นเห็น ใบถอนเงินควรฉีกทิ้งทันที ห้ามตกอยู่ในมือผู้ร้าย รหัสสมุดฝากเงินไม่ควรใช้หมายเลขโทรศัพท์ วันเกิด หรือทะเบียนรถ เมื่อใช้บัตรเครดิตควรเปลี่ยนรหัสบ่อย ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตามหรือรหัสรั่ว และควรระวังเงินสดจำนวนมาก ควรโอนเงินหรือมีคนไปด้วย ใช้บริการรถรับส่ง จะปลอดภัยมากขึ้น
4. อย่าให้โจรชิงทรัพย์บนรถได้ผล
เดินตามถนนอย่างสงบ จู่ ๆ ก็เกิดอุบัติเหตุ โจรสามารถฉกกระเป๋า โทรศัพท์ หรือสร้อยคอไปทันที ป้องกันได้ยาก นอกจากการปราบปรามผู้ร้ายอย่างเข้มงวด ตัวเองก็ต้องเพิ่มความระวังเป็นประจำ ผู้หญิงที่ชอบสะพายกระเป๋าเดินบนทางเท้า ควรเดินด้านใน กระเป๋าแนบด้านในใกล้ทางเท้า หากเห็นผู้ชายสองคนขี่มอเตอร์ไซค์บนทางเท้า ควรระวัง กระเป๋าเป้าอย่าใส่ของมีค่า อย่าสะพายโทรศัพท์ตรงหน้าอก อย่าใช้กระเป๋าเป้ที่สายไม่แข็งแรงผู้หญิงเมื่อถูกชิงทรัพย์ ควรกล้าหาญและรีบ "เรียกแท็กซี่" ติดตามคนร้ายอย่างเงียบ ๆ หรือใช้เครื่องมือสื่อสารอื่น ๆ แจ้งตำรวจ
5. เด็กต้องป้องกันคนแปลกหน้า
เด็กมักจะชอบกินง่าย ยอมตามคนง่าย บางคนร้ายจึงใช้ข้อได้เปรียบจากความน้อยและไม่รู้ของเด็ก โดยใช้ของกิน ของเล่นล่อให้เด็กหลงไป ดังนั้นผู้ใหญ่หรือพ่อแม่ต้องสอนเด็กว่าไม่ควรกินสิ่งของจากคนแปลกหน้า ไม่พูดคุยกับคนแปลกหน้า และไม่ออกไปคนเดียว เวลาที่ออกไปเล่น ควรอยู่ในสายตาผู้ใหญ่หรือพ่อแม่
6. การใช้อินเทอร์เน็ตต้องระมัดระวัง
ตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและการปรับปรุงระดับชีวิตครอบครัว คอมพิวเตอร์ในบ้านเริ่มแพร่หลาย บางคนชอบคุยแชทออนไลน์ การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นโลกเสมือนจริง ต้องระวังไม่เปิดเผยข้อมูลครอบครัวให้คนอื่นทราบ และไม่รับคำเชิญจากเพื่อนออนไลน์ง่าย ๆ ต้องเรียนรู้แยกแยะจริงหรือปลอม ปกป้องตัวเองไม่ให้ถูกหลอก
7. คนขับแท็กซี่ต้องระวัง
แท็กซี่เป็นยานพาหนะที่จำเป็นในเมืองและเป็นหน้าตาของเมือง แท็กซี่สร้างความสะดวกมาก แต่คนร้ายบางครั้งในเวลาใช้แท็กซี่อาจใช้ยาสลบใส่เครื่องดื่มหรือบุหรี่ ทำให้คนขับหลับและเสี่ยงต่อการถูกลักพาตัว หรือพาไปเส้นทางเปลี่ยว ใช้ความรุนแรงคุกคาม ใช้มีดจ่อส่วนสำคัญของร่างกายคนขับ บังคับให้มอบเงินทรัพย์สิน คนร้ายมักเลือกกระทำตั้งแต่ 19.00-23.00 น. ในพื้นที่ชานเมืองหรือพื้นที่สลับเมือง-ชนบท แสงสว่างน้อย คนแค่น้อย เมื่อพบคนมีลักษณะต้องสงสัย ควรสังเกตจากกระจกมองหลังเพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน อาจใช้ข้ออ้างน้ำมันหมด รถสภาพไม่ดี ระหว่างเดินทางดับเครื่อง หรือเจตนาฝ่าฝืนไฟแดง เพื่อเตือนผู้อื่นและเปิดประตูหลบออก
8. วิธีป้องกันตัวผู้หญิงในยามดึก
ผู้หญิงหนุ่มสาวไม่ควรเดินคนเดียวบนถนนตอนกลางคืน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจพิจารณาพกสเปรย์พริกไทยในขวดน้ำ หรือสเปรย์ฉีดผมในกระเป๋า (เจาะรูฝาล่วงหน้า) เมื่อเจอคนร้ายปล้นทรัพย์หรือทำร้ายทางเพศ ให้ฉวยโอกาสฉีดสเปรย์พริกไทยหรือสเปรย์ผมเข้าตาคนร้าย แล้วรีบหนี หรือใช้กิ๊บติดผมหรือส้นรองเท้าส้นสูงทำเป็นอาวุธป้องกัน แทงหรือทำร้ายส่วนสำคัญของคนร้าย แล้วหนีไปแจ้งตำรวจสรุปแล้ว เมื่อผู้หญิงต้องเผชิญกับอันตรายในยามดึก ต้องทำตัวใจเย็น ไม่ตกใจตื่นตระหนก และไม่ควรแสดงความกลัวอย่างสุดขีดหรือยอมตามคำสั่งโดยง่าย
9. การตั้งช่องลับเพื่อป้องกันทรัพย์สิน
การลักทรัพย์เข้าบ้านเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ยาก บางครั้งแม้กระทั่งหน้าต่างหรือตู้ล็อกก็ยังป้องกันได้ไม่หมด แต่โจรที่เข้าบ้านมักมีแนวคิดในการทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคนอื่น เนื่องจากไม่ใช่ทุกครอบครัวจะมีตู้เซฟ เราอาจใช้วิธีคิดสร้างสรรค์ภายใต้เงื่อนไขที่มีอยู่เพื่อปกป้องทรัพย์สินมีค่าของครอบครัวให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การทำช่องลับในลิ้นชักเพื่อเก็บของมีค่า หรือการกระจายเก็บเงิน ทองคำ เครื่องประดับ สมุดบัญชี หรือใบฝากเงินในที่ไม่เด่นชัด เพื่อป้องกันการสูญเสียทั้งหมดหากถูกขโมย
10. การเคาะภูเขาให้เสือกลัวเพื่อป้องกันการฉ้อโกง
ผู้ฉ้อโกบบางคนมักอ้างว่าตนตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก และเสนอขายนาฬิกาโทรศัพท์มือถือ หรือสร้อยคอในราคาต่ำกว่าท้องตลาดมาก ผู้พบเห็นเหตุการณ์นี้ต้องรักษาสติ อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะราคาถูกจนตาพร่า โดยต้องทำดังนี้: ประการแรก ขอใบเสร็จหรือหลักฐานการซื้อขายจากผู้ขายเพื่อยืนยันความถูกต้องของสิ่งของ ถัดมา ตรวจสอบตัวบุคคลของผู้ขายเพื่อเตรียมรับมือเหตุไม่คาดคิด และประการสุดท้าย ให้หน่วยงานหรือบุคคลที่มีความรู้ด้านการตรวจสอบมาตรวจสอบคุณภาพสินค้าเพื่อป้องกันของปลอมหรือด้อยคุณภาพ หากพบว่าเป็นผู้ฉ้อโกง การใช้วิธีใดวิธีหนึ่งตามที่กล่าวมาสามารถเปิดโปงตัวตนจริงได้ เมื่อยืนยันแล้วว่าถูกฉ้อโกง ต้องติดต่อ 110 ทันทีเพื่อนำผู้ฉ้อโกงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
11. สำนักงานไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่า
ปัจจุบันเหตุการณ์สูญเสียทรัพย์สินเกิดขึ้นบ่อย ในด้านหนึ่ง การถูกโจรกรรมในเวลากลางคืน โจรใช้วิธีงัดประตูเข้าบ้านเพื่อขโมย ดังนั้น นอกจากการรักษาความปลอดภัยของสำนักงานหรือบริษัทแล้ว ควรหลีกเลี่ยงการเก็บทรัพย์สินมีค่าภายในสำนักงานข้ามคืน ในด้านอื่น ในช่วงวันทำงานกลางวันก็ถือเป็นโอกาสดีสำหรับโจรพวกนี้ พวกเขามักแสร้งเป็นผู้มาติดต่อสำนักงานหรือขายของถึงบ้าน และใช้ช่วงเวลาที่ไม่มีคนอยู่สำนักงานในการขโมยกระเป๋าหรือทรัพย์สินของพนักงาน วิธีนี้มีความเสี่ยงต่ำและมักสำเร็จง่าย ดังนั้น พนักงานในสำนักงานต้องป้องกันให้ดี และห้ามให้เกิดเหตุการณ์ที่ทรัพย์สินหายตกค้างในสำนักงานเพื่อป้องกันไม่ให้โจรมีช่องโหว่12. ใช้ของอย่างชาญฉลาดเพื่อป้องกันโจรยามค่ำคืน
โจรที่เข้าบ้านในเวลากลางคืนเกลียดที่สุดคือการส่งเสียง นี่คือสิ่งที่คนมักพูดว่า "โจรใจไม่ดี" สำหรับครอบครัวที่ระบบป้องกันโจรไม่ค่อยปลอดภัย การป้องกันการงัดบ้านในเวลากลางคืนสามารถใช้เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เช่น การคว่ำขวดเหล้าเปล่าหลังประตูหรือริมหน้าต่าง หรือแขวนของเล็กๆ ที่ทำให้เกิดเสียงง่าย เช่น กระดิ่งลม เพียงแค่โจรถูกกระแทกขวดเหล้าหรือกระดิ่งลม เสียงก็จะปลุกคนให้ตื่น นอกจากนี้ หากเจอโจรเข้าบ้านในเวลากลางคืน ห้ามกลัวจนอดทนเฉยโดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่คนเดียว ต้องกล้าร้องขอความช่วยเหลือดังๆ หรือโทรแจ้งตำรวจ เพื่อข่มขวัญผู้กระทำผิดและหลีกเลี่ยงผลร้ายที่น่ากลัวขึ้น
13. ป้องกันการทักทายจากคนแปลกหน้า
คนร้ายมักใช้วิธีถามทาง หาคน หรือขึ้นรถแท็กซี่เพื่อเข้าใกล้เหยื่อ และใช้การยื่นบุหรี่หรือเครื่องดื่มเป็นวิธีทำให้มึนเมา เพื่อชิงทรัพย์หรือหลอกเอาทรัพย์สิน สำหรับการป้องกันการปล้นหรือหลอกลวงในชีวิตประจำวัน ควรทำดังนี้: ขั้นแรก ต้องระวังคนแปลกหน้าที่เข้ามาทักทาย ให้สังเกตจากน้ำเสียงในการพูดว่ามีข้อมูลไม่มั่นคงหรือไม่; ขั้นที่สอง ห้ามโลภเล็กน้อยจนรับบุหรี่หรือเครื่องดื่มที่คนแปลกหน้าให้ด้วยความ "เอาใจ"; ขั้นที่สาม ระวังคนแปลกหน้าให้เหยื่อล่อ เช่น "เคล็ดลับรวย" หรือใช้ความเชื่อสร้างความกลัว ต้องมีสติ อย่าหลงเชื่อ; ขั้นที่สี่ หากเจอการชิงทรัพย์โดยมึนเมาหรือถูกหลอกลวง ควรแจ้งตำรวจทันทีเพื่อจับกุมผู้กระทำผิด
14. อย่าโลภรางวัลที่ส่งถึงบ้าน
ปัจจุบัน คนร้ายมักนิยมส่งข้อความมือถือหรือจดหมายเพื่อดักรอ "รางวัล" หลอกลวงทรัพย์สิน เหยื่อมักถูกแจ้งว่าถูกบริษัทหนึ่งจัดรางวัล เช่น โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ต้องจ่ายค่าขนส่งหรือค่าธรรมเนียมตามที่คนร้ายกำหนด จึงถูกหลอก นอกจากนี้ ยังมีการอ้างว่าเป็นพนักงานบริษัท จัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง แจกของรางวัลฟรีและส่งถึงบ้าน เมื่อคุณยอมรับของขวัญอย่างใจเย็น พนักงานจะใช้ลูกเล่นและข้ออ้างต่างๆ เสนอขายสินค้าหรือสินค้าประกอบจนคุณหยุดไม่อยู่ จึงถูกหลอก
15. ระวัง "คนกลางรัก" ในช่วงที่อารมณ์ดี
ปัจจุบัน ด้วยชีวิตและการทำงานที่เร่งรีบ คนหนุ่มสาวจำนวนมากขึ้นใช้บริการหาคู่ออนไลน์หรือกิจกรรมจัดหาคู่เพื่อหาคู่ครองของตนเองบางคนร้ายเคยเห็นช่องทางทำมาหากิน จึงต่างพากันเข้ามาทำธุรกิจ "คนหลอกแต่งงาน" เพื่อหลอกเอาทรัพย์สิน ซึ่งก็คือผู้ชายหล่อผู้หญิงสวยที่บริษัทจัดหาคู่จ้างมาเพื่อเป็นเป้าหมายของผู้สมัคร ที่จะ "คบหาดูใจ" กับผู้สมัคร พอเจอโอกาสก็หลอกเอาของขวัญและเงินจากผู้สมัคร หลังจากนั้นสักระยะ พวกเขาก็จะมีเหตุผลต่าง ๆ มาขอ "เลิก" กับผู้สมัคร ทำให้คนหาคู่สูญเสียทั้งคนและทรัพย์สิน เพื่อน ๆ ที่มาหาคู่ที่บริษัทจัดหาคู่ ควรระวังให้มาก ตรวจสอบคุณสมบัติและเครดิตของบริษัทจัดหาคู่ให้รอบคอบ อย่าให้ความต้องการหาคู่เร่งด่วนทำให้ตกเป็นกับดักที่คนอื่นวางไว้
16. ระวังกลโกงในการหางาน
ด้วยการพัฒนาของเศรษฐกิจตลาด คนออกไปทำงานและหางานมีจำนวนเพิ่มขึ้น บุคคลไม่ชอบด้วยกฎหมายบางรายมักใช้จิตใจที่รีบหางานของผู้หางานมาหลอกเอาเงินของพวกเขา วิธีการหลอกลวงมักเป็นการอ้างว่าจะช่วยหางานแต่ต้องเสียค่ากิจกรรมบางอย่างเพื่อขอค่าธรรมเนียม แนะนำให้สมัครเข้าบริษัทบางแห่งต้องเสียค่าลงทะเบียน เงินมัดจำการเริ่มงาน หรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ เพื่อหลอกเอาเงิน บริษัทจัดหางานร่วมกับนายจ้าง จ้างงานแล้วไล่ออก เพื่อโกงเงินมัดจำหรือค่าธรรมเนียม หรืออ้างว่าคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์เพื่อเรียกให้ผู้หางานทำจนถูกหลอก ดังนั้นในขณะที่เราหางาน ไม่ควรเชื่อคนอื่นอย่างไม่ระมัดระวังเพียงเพราะใจรีบหางาน
เมื่อเจอการโจมตีหรือการโกงอย่าตื่นตระหนก 16 วิธีป้องกันความปลอดภัยในชีวิตประจำวันช่วยให้คุณรอด
ตอบกลับ (4)
คุณเป็นคนเลว
ฉันเป็นคนดีมาก! ชั้นหนึ่งเป็นคนเลวมาก! เจ้าของกระทู้ก็เป็นคนเลวมากเช่นกัน!
ดูถูกชั้น 2
พกมีดไปด้วย พวกขโมยมือกัดมีด... คุณก็เข้าใจเองแหละ
— โหลดคำตอบทั้งหมดแล้ว —