
จริงๆ แล้วฉันไม่ได้ตั้งใจจะนอนดึกนะ แค่อยากเปิดเล่นก่อนนอน แต่พอเงยหน้าดูก็เช้าแล้ว เกมนี้เหมาะสำหรับตอนดึก ไม่มีการต่อสู้ที่ดุเดือดหรือเอฟเฟกต์พิเศษที่น่าตื่นตา คุณเพียงแค่ควบคุมลูกบอลอย่างเงียบ ๆ เพื่อค้นหาพอร์ทัล คุณจะดื่มด่ำไปกับเสียงเพลงรอบข้างที่ไร้ตัวตน
มาพูดถึงความรู้สึกของคุณกันดีกว่า มันมีสองโหมด โหมดการเคลื่อนไหวแบบจำกัดเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้เล่นเช่นฉันที่ต้องนอนดึก จิตใจของฉันกึ่งมีสติแล้ว แต่ฉันสามารถคิดถึงเส้นทางบางอย่างที่ฉันไม่สามารถนึกถึงในระหว่างวันได้ ในระดับหนึ่ง ฉันใช้เลเซอร์และแม่เหล็กเพื่อประสานกันอย่างดี เมื่อลูกบอลลากโค้งขึ้นไปในอากาศ ฉันแทบจะน้ำตาไหล เห็นได้ชัดว่ามันเป็นเกมไขปริศนา แต่มันสร้างคุณค่าทางอารมณ์ได้อย่างไร?
แต่! โหมดเวลาจำกัดเป็นฝันร้าย! ฉันจ้องมองหน้าจอด้วยความสนใจทั้งหมด นิ้วของฉันก็คลิกอย่างบ้าคลั่ง และหัวใจของฉันก็เต้นเร็ว มันทำให้ฉันรู้สึกกระปรี้กระเปร่าราวกับว่าฉันดื่มกาแฟไปสิบแก้วแม้ว่าจะเป็นเวลาตีสองก็ตาม แต่บอกตามตรงการเล่นระหว่างวันไม่ค่อยน่าตื่นเต้นเท่าไหร่ แต่การเล่นตอนดึกทำให้ฉันตื่นเต้นว่า "โลกทั้งใบหลับ แต่ฉันยังตื่นอยู่" นี่เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครหรือไม่? ฮ่าๆๆ
ภายในเกมมีการออกแบบพอร์ทัลมากมาย และแต่ละห้องก็เปรียบเสมือนดินแดนแห่งความฝันเล็กๆ ความยากจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น และคุณจะไม่ติดขัดจนกว่าคุณจะทำโทรศัพท์ตก แต่จะไม่ง่ายจนคุณจะรู้สึกง่วงนอน ฉันใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงในการจบเกม เมื่อผมเล่นเสร็จก็เป็นเวลาตี 5:30 ในตอนเช้า มีนกร้องเบาๆ อยู่นอกหน้าต่าง และท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวยังคงอยู่ในเกม ความรู้สึกมึนงงนั้นน่าทึ่งจริงๆ
สุดท้ายนี้ฉันอยากจะบ่นเกี่ยวกับตัวเอง แล้วเกมที่ฉันสัญญาว่าจะไม่นอนดึกล่ะ? แต่ "Song of Gravity" ก็คุ้มค่าจริงๆ เป็นการท้าทายการบำบัดแบบเงียบสงบและมีเสน่ห์ หากคุณเป็นคนชอบเที่ยวกลางคืนหรือมีอาการนอนไม่หลับ ฉันขอแนะนำให้ลองเล่นเกมนี้ดู แต่อย่าลืมเข้านอนจริงๆ หลังจากเล่น สำหรับคนอย่างฉันที่ต้องอยู่จนถึงรุ่งสาง วันนี้ก็เปล่าประโยชน์เลย😴