
แต่既然要聊ความต่างประสบการณ์ระหว่างเกมออฟไลน์กับเกมออนไลน์ ผมก็จะเอา 《雙生幻想》 มาพูดคุยกัน
ชีวิตประจำวันของนักล่าเกมออฟไลน์ของผมเป็นยังไง? เปิด 《神界:原罪2》 เดินก้าวต่อก้าว คิดพลังสกิลกว่าจะคอมโบได้ก็ต้องใช้เวลานาน มันสนุกมาก จริงๆแล้วผลตอบรับทั้งหมดมาจากการตัดสินใจและการสำรวจของผมเอง เซิร์ฟเวอร์? ไม่มีหรอก เพื่อนร่วมทีม? AI เข้าใจดีมาก ในทางกลับกันเกมออนไลน์หลายเกม ถ้าคุณดันด่านไม่ไหว สิ่งที่จะโผล่มาไม่ใช่ “ไปฟาร์มอุปกรณ์” แต่เป็น “เติมเงิน 648 เพื่อปลดล็อกแพ็คใหญ่” แบบนี้เรียกว่าเล่นผมหรือ?
ดังนั้นผมไม่ได้ตั้งความหวังสูงสำหรับเกมนี้ แรกเห็นก็คิดว่ามันเป็นเกมการ์ดมือถือจีนสไตล์อนิเมะคลาสสิค แต่คุณลองเดาสิ? การลดความซับซ้อนของมันเกินกว่าที่ผมคาดคิด
เล่นแล้วได้ร้อยครั้งแรก ผมก็คิดว่าเช่นนี้ เป็นวิธีเก่าอีกแล้วใช่ไหม? แต่พอเล่นจนจบกลับพบว่าสิ่งที่ได้ไม่ใช่ของแย่ที่ใช้ให้ตัวละครเป็นแค่เศษอาหาร การเปิดสิบครั้งไม่มีการ์ดเสีย แค่นี้ “ไม่มีการ์ดเสีย” ในเกมยักษ์ใหญ่ถือเป็นเรื่องฝันลมๆ แล้งๆ กลไกราชนิกูล การเล่นในเกมออฟไลน์เยอะแล้ว พอใส่ในเกมออนไลน์แบบนี้ก็เป็นชั้นกลยุทธ์ประกัน ก็คือชัดเจนว่าผู้เล่นใช้ฟรีก็สามารถพลิกสถานการณ์ได้ ในเกมอื่น ผู้เล่นฟรีจะเอาชนะผู้เล่นจ่ายเงิน? แต่ผู้เล่นจ่ายเงินในที่อื่นได้จ่ายเป็นภาษีปัญญา 🤡
ตรงกันข้าม เล่นสองสามวัน ผมเริ่มเข้าใจว่าทำไมมันเรียกว่า “ปล่อยให้เล่นง่ายแต่ให้รางวัลเยอะ” ความรู้สึกสำเร็จในเกมออฟไลน์คือ “ผมเก่งขึ้นเพราะผมเข้าใจแล้ว” ความสนุกที่เกมนี้ให้คือ “ผมก็แค่ตั้งให้เกมเล่นเอง แล้วก็กดเก็บของทีเดียวแบบรวดเร็ว ทรัพยากรไหลเข้าเป๋า” คุณพูดว่ามันผิดทาง? ใช่ เมื่อเทียบกับเกมแนว Souls ที่ฟันแล้วเห็นเลือด เกมนี้เหมือนเคี้ยวอ้อย ไม่โหดร้าย แต่หวาน
เกมนี้ไม่ต้องเล่นหนักจริงๆ เหมาะสำหรับคนที่กลับจากงานแล้วนั่งเล่นครึ่งชั่วโมง ไม่มีการบังคับให้มีปฏิสัมพันธ์ ไม่มีสงครามกิลด์ต้องตรงเวลา เล่นต่อกับจังหวะของเกมออฟไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ ทีมงานลดจุดเติมเงินลง ใช้รางวัลฟรีดึงให้คุณเล่นต่อ คุณบอกว่าไม่มีแผนการ? ไม่มีทาง แต่เอาเข้าจริง แผนการนี้ไม่ได้ตีหน้า แต่ยังช่วยให้ทางสำหรับผู้เล่นฟรีสดใส
กลับมาที่ออฟไลน์ vs ออนไลน์ พูดตรงๆ ผมไม่ได้ต่อต้านเกมออนไลน์ทั้งหมด ผมแค่เกลียดเกมที่บังคับให้คุณทำงาน บังคับให้เข้าสังคม ถ้าไม่เติมเงินก็ให้คุณเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของประสบการณ์เกมของคนอื่นเกมเล่นคนเดียวคือ 'มายคราฟต์' ส่วนเกมออนไลน์ถ้าทำดี ๆ ก็สามารถเป็น 'โลกของเรา' ได้ แต่สำหรับ 'Double Fantasy' นี่เหมือนกับว่าเป็น 'แปลงดินของฉัน' อยากถอนหญ้าก็ถอน ไม่อยากแตะก็ปล่อยให้มันงอกทองสวย ๆ นั่นแหละ ความรู้สึกแบบนั้น จะบอกยังไงดี... ค่อนข้างอิสระ 🕊️
สุดท้ายพูดตรง ๆ มันไม่ใช่เกมระดับ 9 คะแนนที่สมบูรณ์แบบ และก็ไม่ใช่ผลงานอินดี้ที่ทำให้คุณต้องโม้สุด ๆ แต่ในฐานะเกมรองที่ให้คนเล่นเกมฮาร์ดคอร์มาหายใจพักผ่อน มันทำให้ฉันรู้สึกจริง ๆ ว่าฉันกำลังไปเล่นเกม ไม่ใช่เกมที่เล่นฉัน ในสมัยนี้ของที่ให้เล่นฟรีแล้วยังสบายใจก็ไม่ค่อยมี เราในฐานะผู้เล่นเกมเล่นคนเดียวก็ไม่ได้เลือกมากนัก แต่ก็ไม่ใช่คนโง่ที่จะถือว่าเป็นบุญคุณแค่ได้ของฟรี
ไม่โม้ต่อแล้ว ไปเก็บขยะต่อดีกว่า เส้นเรื่องหลักของ 'Granblue Fantasy' ยังรอให้ฉันเล่นอยู่ ส่วนระบบออโต้ก็ปล่อยให้มันเก็บเองไป 🍃